การทำเด็กหลอดแก้ว คืออะไร และมีขั้นตอนทำอย่างไร

การทำเด็กหลอดแก้วนั้น ถือได้ว่าเป็นอีกเทคโนโลยีหนึ่ง ซึ่งสามารถช่วยในเรื่องของ การเจริญพันธุ์ได้เป็นอย่างดีเป็นเทคนิค ในการเก็บไข่ออกมา นอกร่างกายของผู้หญิงแล้ว นำมาผสมกับตัวอสุจิของฝ่ายชาย เพื่อให้เกิดตัวอ่อนในห้องปฏิบัติการ จากนั้นก็นำตัวอ่อนที่ทำการปฎิสนธิเรียบร้อยแล้ว นำมาใส่กลับเข้าไป ในโพรงมดลูกของผู้หญิง เพื่อให้เกิดการฝังตัวและเจริญ เป็นทารกอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยี ที่กำลังได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ได้รับความสนใจไม่แพ้เทคโนโลยีในการเจิรญพันธ์อื่นๆเลย

โดยปกติแล้วการทำเด็กหลอดแก้วนั้น เหมาะสมกับใครบ้าง ลองมาทำความเข้าใจกันดีกว่า การทำเด็กหลอดแก้วนั้น เหมาะสำหรับคู่สมรสที่ฝ่ายหญิง มีปัญหาในเรื่องของท่อนำไข่อุดตัน หรือท่อนำไข่มีปัญหา หรือถูกทำลายนั่นเอง หรือฝ่ายชายมีปัญหา เกี่ยวกับเชื้ออสุจิ ไม่ว่าจะเป็นเชื้ออสุจิน้อย เชื้ออสุจิไม่แข็งแรง หรืออสุจิเคลื่อนที่ได้ไม่ดีเท่าที่ควร หรือคู่สมรสที่แต่งงานและพยายาม มีบุตรมากกว่า 2 – 3 ปี แต่ไม่สามารถที่จะมีลูกได้ และไม่ทราบว่าปัญหาเกิดจากอะไร หรือคู่สมรสที่ใช้วิธีการอื่นๆ ในการพยายามมีลูก ไม่ว่าจะเป็นการกระตุ้นการตกไข่ หรือการผสมเทียมแต่ก็ยัง ไม่ประสบความสำเร็จ ไม่ตั้งครรภ์เสียที การหันมาใช้วิธีการ ในการทำเด็กหลอดแก้ว หรือเรียกอีกอย่างว่า IVF

การทำเด็กหลอดแก้วจึงถือได้ว่า เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ อีกช่องทางหนึ่งนั่นเอง ซึ่งวิธีการในการทำการทำเด็กหลอดแก้วก็ไม่ได้ยุ่งยาก เป็นการนำเอาไข่และอสุจิมาผสมกันภายนอก เพื่อให้เกิดการปฏิสนธินอกร่างกาย ในห้องปฏิบัติการ ที่ทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ จากนั้นก็นำไข่ที่ผสมตัวเป็นตัวอ่อนแล้ว ย้ายกลับเข้าไปฟังในมดลูกของฝ่ายหญิง เพื่อให้เกิดการตั้งครรภ์ต่อไปนั่นเอง จึงถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่น่าสนใจมาก เป็นเทคโนโลยีที่ทำให้ หลายต่อหลายคน ประสบความสำเร็จแล้วมีลูกกันมานักต่อนักแล้ว

พบว่าวิธีการนี้เป็นวิธีการ ที่คนในยุคปัจจุบันที่ประสบปัญหา ในการมีภาวะมีบุตรยากนั้น นิยมใช้เป็นอย่างมากนั่นเอง โดยขั้นตอนในการทำเด็กหลอดแก้ว ก็ไม่ได้ยุ่งยาก มีขั้นตอนแค่เพียง 3 ขั้นตอนคือ

ขั้นตอนที่ 1 การกระตุ้นและเก็บไข่ โดยปกติผู้หญิงเรา จะมีการตกไข่เฉลี่ยเดือนละ 1 ฟอง ดังนั้นเพื่อให้ได้ไข่หลายหลายฟอง จึงจะต้องมีการฉีดกระตุ้นไข่ ติดต่อกันประมาณ 10 ถึง 12 วัน โดยจะเริ่มเก็บไข่โดยใช้ เข็มดูดไข่ออกจากช่องคลอดนั่นเอง

ขั้นตอนที่ 2 การปฏิสนธินอกร่างกาย โดยจะนำไข่ของฝ่ายหญิง และอสุจิของฝ่ายชาย มาผสมกันนอกร่างกาย เมื่อปฏิสนธิเรียบร้อยแล้ว ก็เลี้ยงเป็นตัวอ่อนให้แข็งแรง

ขั้นตอนที่ 3 ย้ายตัวอ่อนเข้าสู่มดลูก เมื่อตัวอ่อนมีความแข็งแรงสมบูรณ์ จะทำการย้ายตัวอ่อน ฉีดเข้าไปในโพรงมดลูก ให้ฝังตัวในมดลูกและเติบโตต่อไป และจะต้องทำการตรวจหลัง จากนั้น 14 วัน เพื่อดูว่าตัวอ่อนฟังตัวดีหรือไม่

โดยเมื่อทำการย้ายตัวอ่อนเรียบร้อยแล้ว ควรที่จะดูแลตนเองและไม่เครียด ไม่วิตก กังวล จนเกินไป โดยพยายามงดกิจกรรมที่ออกแรงมาก หรือกิจกรรมที่กระแทก บริเวณท้อง ไม่ยกของหนัก ไม่ออกกำลังกาย รวมถึงงดเพศสัมพันธ์และไม่รับประทานยา นอกเหนือจากแค่สั่ง เพราะอาจจะมีความเสี่ยงสูง ที่ทำให้เกิดการหลุดของเด็กได้

ขั้นตอนในการทำก็ไม่ยุ่งยาก ถือได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่ดี และเหมาะสมในการสืบพันธุ์ และมีโอกาสมีบุตรสูงมาก สามารถแก้ปัญหาในการ มีบุตรยากของคนในปัจจุบันเป็นอย่างดี